ทุกร้านเป็นร้านค้าไทยขนาดเล็ก-กลาง · ตัวเลขจาก Shopee Seller Centre ก่อนและหลังใช้ AdBuddy
ร้าน A — เครื่องสำอาง
ข้อมูลนิรนาม
จาก 22 ออเดอร์/สัปดาห์ → 72 ออเดอร์/สัปดาห์ ภายใน 14 วัน
ร้านเครื่องสำอางขนาดเล็ก รายได้ประมาณ 8–12 หมื่นบาท/เดือน ขายบน Shopee เป็นหลัก
ปัญหา
ลงโฆษณา Shopee Ads ของแพลตฟอร์มเองมา 4 เดือน แต่ ROAS ต่ำ ใช้รูปสินค้าเดิมๆ และ copy ภาษาไทยสั้นๆ แบบเดียวกับร้านอื่น ยอดขายรายสัปดาห์แทบไม่ขยับ เจ้าของร้านไม่มีเวลาเขียน copy ใหม่ทุกสัปดาห์
สิ่งที่ AdBuddy ทำให้
เจ้าของร้านใส่ชื่อสินค้า 3 ตัว + จุดเด่น ได้โฆษณา 4 แพลตฟอร์ม (Shopee, Facebook, TikTok, Instagram) พร้อม copy ภาษาไทยและภาพ DALL-E 3 ภายใน 2 นาที เลือกตัวที่แมตช์กับ Shopee ที่สุดไปยิง พร้อม A/B version สำหรับ Facebook
ยอดขาย — ก่อนใช้
22 ออเดอร์/สัปดาห์
ยอดขาย — หลังใช้ 14 วัน
3.2 เท่า ↑
ร้าน B — เสื้อผ้าแฟชั่น
ข้อมูลนิรนาม
จาก ROAS ฿1.90 → ฿4.80 ภายใน 1 เดือน
ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิง รายได้ประมาณ 1.5–2.5 แสนบาท/เดือน ขายข้าม Shopee + หน้าร้าน
ปัญหา
ใช้ Facebook Ads ยิงมาเอง ลงรูปสินค้าตรงๆ พร้อม caption สั้นๆ ROAS แทบไม่ถึง 1.90 บาทต่อบาทที่ลง รูปไม่โดดเด่นใน feed ลูกค้าเลื่อนผ่าน
สิ่งที่ AdBuddy ทำให้
สร้าง creative 12 แบบ (4 platform × 3 angles) ให้เลือกตัวที่ทำได้ดีที่สุดไปยิง Facebook + Instagram รูปคนใส่เสื้อผ้าในไลฟ์สไตล์จริง caption เน้น benefit ไม่ใช่ feature ทดสอบ A/B 2 ตัวในแคมเปญเดียว ปรับทุก 3 วัน
ROAS — ก่อนใช้
฿1.90
ROAS — หลังใช้ 1 เดือน
฿4.80 ↑
ร้าน C — สินค้าแม่และเด็ก
ข้อมูลนิรนาม
ต้นทุนต่อออเดอร์ลดลง 42% จากการทดสอบ A/B creative
ร้านขายของใช้แม่และเด็ก รายได้ประมาณ 2–3 แสนบาท/เดือน ลูกค้าแม่บ้าน Gen X + Millennials
ปัญหา
ยิงโฆษณามา 6 เดือน ต้นทุนต่อออเดอร์สูง ทุก creative ใช้รูปสินค้าแบบเดียวกัน คนเห็นโฆษณาซ้ำจนชิน ไม่คลิก ไม่ซื้อ ใช้เวลาทำ creative ใหม่นานเกินไปจนเลิก
สิ่งที่ AdBuddy ทำให้
สร้าง 12 ad variants อัตโนมัติ เลือก 4 ตัวที่แมตช์กับแม่บ้านไทยมากที่สุดไป A/B ยิง Shopee + Facebook พร้อมกัน รูปคุณแม่ใช้ของจริง + caption ที่พูดถึง safety/comfort แทน price ปรับ creative ทุก 5 วันแทนที่จะทดลองทำเอง
ต้นทุนต่อออเดอร์ — ก่อนใช้
฿285
ต้นทุนต่อออเดอร์ — หลังใช้ (ลดลง = ดีขึ้น)
-42% ลดลง